วิลเลี่ยม LYKN ประวัติ จักรภัทร แก้วพันธุ์พงษ์ จากเด็กหาดใหญ่สู่ King of Alpha
ในบรรดาศิลปิน T-POP รุ่นใหม่ที่แจ้งเกิดในรอบไม่กี่ปีมานี้ ชื่อของ วิลเลี่ยม LYKN คือชื่อที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดชื่อหนึ่ง เขาคือเด็กหนุ่มจากอำเภอหาดใหญ่ที่เดินเข้าห้องออดิชันของรายการเรียลลิตี้ แล้วเดินออกมาพร้อมตำแหน่งผู้ชนะอันดับหนึ่ง ก่อนจะกลายเป็นเมนโวคอลของบอยแบนด์ที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นที่สุดวงหนึ่งของไทย และในปี 2569 เขายังขยับอีกขั้นด้วยการปล่อยผลงานเดี่ยวเป็นของตัวเอง จนกลายเป็นหนึ่งในชื่อที่แฟนเพลงไทยจับตามองมากที่สุดของปี
สิ่งที่ทำให้ วิลเลี่ยม จักรภัทร แก้วพันธุ์พงษ์ น่าสนใจ ไม่ใช่แค่หน้าตาหรือกระแสความนิยม แต่คือเส้นทางที่ชัดเจนว่าเขามาจากพื้นฐานดนตรีจริง ๆ เด็กที่เคยยืนร้องเพลงหน้าวงดนตรีโรงเรียน เดินเข้าเรียนต่อสายขับร้องละครเวทีในสถาบันดนตรีระดับประเทศ แล้วค่อย ๆ ต่อยอดจากนักร้องสู่นักแสดงซีรีส์ที่ได้รางวัลระดับเอเชีย บทความนี้จะพาไปดูประวัติแบบเจาะลึกทีละช่วง ตั้งแต่วันแรกที่ยังไม่มีใครรู้จัก จนถึงกระแสล่าสุดในปีนี้

ประวัติย่อ วิลเลี่ยม LYKN
- ชื่อจริง: จักรภัทร แก้วพันธุ์พงษ์ (Jakrapatr Kaewpanpong)
- ชื่อในวงการ: วิลเลี่ยม (William)
- วันเกิด: 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์พอดี
- ภูมิลำเนา: อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
- ส่วนสูง: 178 เซนติเมตร
- เชื้อสาย: มีเชื้อสายอเมริกันหนึ่งส่วนสี่ผ่านทางฝั่งคุณแม่
- การศึกษา: มีรายงานว่าเรียนระดับมัธยมต้นที่โรงเรียนเอกชนในอำเภอหาดใหญ่ ก่อนเข้าเรียนหลักสูตรเตรียมอุดมดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาวิชาเอกขับร้องละครเวที
- ตำแหน่งในวง: เมนโวคอล (Main Vocal) ของบอยแบนด์ LYKN
- ต้นสังกัด: Riser Music ในเครือ GMMTV
- จุดเริ่มต้น: ผู้ชนะอันดับ 1 หรือ King of Alpha จากรายการ Project Alpha

เส้นทางเข้าวงการของ วิลเลี่ยม จักรภัทร
ถ้าย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้นของ วิลเลี่ยม LYKN จะพบว่าเขาไม่ได้เป็นเด็กที่ถูกแมวมองเดินไปทักกลางห้าง แต่เป็นเด็กที่ฝึกร้องเพลงมาก่อนหน้านั้นหลายปี ในวัยเรียนเขาเป็นนักร้องนำของวงดนตรีโรงเรียน และมีรายงานว่าเคยฝึกเทควันโดจนได้สายดำควบคู่ไปด้วย ซึ่งเป็นภาพของเด็กต่างจังหวัดที่กิจกรรมแน่นและมีวินัยสูงมาตั้งแต่ต้น
จากเวทีโรงเรียนหาดใหญ่ สู่ห้องออดิชัน Project Alpha
จุดพลิกของชีวิตเขาเกิดขึ้นในปี 2565 เมื่อ GMMTV เปิดรับสมัครเด็กฝึกเข้าร่วมรายการเซอร์ไววัลชื่อ Project Alpha เพื่อเฟ้นหาสมาชิกบอยแบนด์วงใหม่ วิลเลี่ยมตัดสินใจสมัครและผ่านเข้ารอบไปเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน รายการออกอากาศตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2566 และตลอดการแข่งขัน เขาสามารถรักษาอันดับหนึ่งเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง จนคว้าตำแหน่ง King of Alpha ในรอบตัดสิน ซึ่งเป็นการการันตีที่นั่งในวงบอยแบนด์ที่กำลังจะเดบิวต์
สิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นในรายการคือน้ำเสียงที่มีพลังและควบคุมได้ดีเกินอายุ บวกกับพื้นฐานการร้องแบบละครเวทีที่ทำให้เขาถ่ายทอดอารมณ์เพลงได้ครบ ไม่ใช่แค่ร้องให้ตรงคีย์ แต่เล่าเรื่องผ่านเสียงได้ด้วย ในบทสัมภาษณ์หลายครั้ง เขาเล่าว่าแรงบันดาลใจทางดนตรีส่วนหนึ่งมาจากการดูรายการประกวดร้องเพลงหน้ากากทางโทรทัศน์ตั้งแต่ยังเด็ก จนเกิดความคิดว่าอยากยืนบนเวทีแบบนั้นบ้าง

เดบิวต์กับ LYKN และก้าวแรกในฐานะศิลปินอาชีพ
หลังจบรายการ วิลเลี่ยมได้เดบิวต์เป็นสมาชิกวง LYKN ร่วมกับเพื่อนอีก 4 คน ได้แก่ เลโก้ รพีพงศ์ ศุภธินีกิตติ์เดชา, นัท ธนัท ด่านเจษฎา, ฮง พิเชฐพงศ์ จิรเดชสกุลวงศ์ และ ตุ้ย ชยธร ไตรรัตนประดิษฐ์ โดยซิงเกิลเปิดตัวของวงคือเพลง เลิกกับเขาเดี๋ยวเหงาเป็นเพื่อน (MAY I?) ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2566 ชื่อวง LYKN เองก็มีที่มาน่าสนใจ มีการอธิบายว่าเป็นคำพ้องเสียงกับคำว่า Lycan ที่หมายถึงมนุษย์หมาป่าในตำนาน และในเวลาเดียวกันก็เป็นตัวย่อของประโยค We’ll Let You KNow ซึ่งสื่อถึงการประกาศตัวตนของวงต่อวงการเพลงไทย หลังจากนั้นวงยังมีอัลบั้มเต็มชุดแรกในชื่อ DUSK & DAWN ออกมาในช่วงปลายปี 2567 ซึ่งรวมเพลงไว้ 12 แทร็ก ผสมผสานแนว T-POP ป็อป แดนซ์ และอาร์แอนด์บีเข้าด้วยกัน

จุดเด่นและเอกลักษณ์ของ วิลเลี่ยม LYKN
น้ำเสียงสายละครเวทีที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ในวงการ T-POP
จุดขายที่ชัดที่สุดของวิลเลี่ยมคือการเป็นเมนโวคอลที่เรียนสายขับร้องละครเวทีมาโดยตรง ทำให้การใช้เสียงของเขาต่างจากนักร้องไอดอลทั่วไปพอสมควร เขาสามารถดันเสียงในท่อนไคลแมกซ์ได้โดยไม่เสียคุณภาพเสียง และคุมลมหายใจได้ดีแม้ต้องเต้นไปด้วย ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องฝึกอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่พรสวรรค์อย่างเดียว นอกจากร้องเพลง เขายังเล่นกีตาร์และเปียโนได้ ทำให้เวลาไปออกรายการหรือขึ้นแฟนมีตติ้ง เขามักมีมุมที่หยิบเครื่องดนตรีขึ้นมาเล่นสด ซึ่งเป็นภาพที่แฟน ๆ ชอบมาก เพราะให้ความรู้สึกว่าศิลปินคนนี้เข้าใจเพลงที่ตัวเองร้องจริง ๆ ไม่ได้แค่ทำตามที่โปรดิวเซอร์สั่ง จุดนี้ยังเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาถูกเลือกไปร้องเพลงประกอบซีรีส์หลายเพลง
อีกเสน่ห์หนึ่งที่แฟนคลับพูดถึงบ่อยคือความเป็นธรรมชาติ เขาไม่ได้วางภาพตัวเองให้ดูเท่ตลอดเวลา แต่เป็นคนพูดตรง ขี้เล่น และยังคงสำเนียงคนใต้ให้ได้ยินอยู่บ้างในบางจังหวะ พอบวกกับการที่แฟน ๆ ได้ดูเขาเติบโตจากวัยรุ่นในรายการเซอร์ไววัลมาจนเป็นศิลปินเต็มตัว ความผูกพันจึงแน่นกว่าศิลปินที่เปิดตัวมาแบบสำเร็จรูป
ผลงานเพลงและผลงานการแสดง
ในฝั่งงานเพลง นอกเหนือจากผลงานในนามวง LYKN วิลเลี่ยมยังมีผลงานเพลงประกอบซีรีส์และเพลงเดี่ยวออกมาต่อเนื่อง เพลงที่ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างคือ ภาพสุดท้าย (Last Twilight) เพลงประกอบซีรีส์ในปี 2567 ซึ่งมีรายงานว่ามียอดรับชมบนยูทูบทะลุหลัก 26 ล้านครั้ง และยังเคยเข้าชิงรางวัลสาขาเพลงประกอบซีรีส์โทรทัศน์ยอดเยี่ยมบนเวที Asian Television Awards ครั้งที่ 29 อีกด้วย
ต่อมาในปี 2568 เขามีเพลงประกอบซีรีส์เรื่อง ThamePo อย่าง 5CM รวมถึงเพลงคู่กับนักแสดงร่วมเรื่องอีกหลายเพลง ก่อนที่ในปี 2569 จะขยับมาปล่อยผลงานเดี่ยวในชื่อ จำได้ว่าลืม (Flashback) ภายใต้สังกัด Riser Music โดยมีรายงานว่าปล่อยออกมาในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญ เพราะเป็นการยืนยันว่าเขาสามารถยืนในฐานะศิลปินเดี่ยวได้ควบคู่กับงานวง

ส่วนฝั่งงานแสดง เขาเริ่มต้นในปี 2567 กับซีรีส์ ThamePo: Heart That Skips a Beat โดยรับบทเป็น เธม ซึ่งเป็นบทนำ และซีรีส์เรื่องนี้ยังคว้ารางวัล Best Asian LGBTQ+ Programme จากเวที ContentAsia Awards ในปี 2568 ต่อมาเขามีผลงานในซีรีส์ Me and Thee ในปี 2568 และมีชื่อในโปรเจกต์ของปี 2569 อย่าง You Maniac ในบท ดีน รวมถึงงานที่ต่อยอดจากคาแรกเตอร์เดิมอีกเรื่อง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเขาได้รับรางวัลสายศิลปินดาวรุ่งจากเวทีประกาศรางวัลในปี 2568 ด้วย
กระแสล่าสุดของ วิลเลี่ยม LYKN
ช่วงกลางปี 2569 ถือเป็นช่วงที่ชื่อของวิลเลี่ยมกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง จากการปล่อยซิงเกิลเดี่ยว จำได้ว่าลืม (Flashback) ซึ่งเป็นก้าวที่แฟนคลับรอคอยมานาน เพราะตลอดสามปีที่ผ่านมา งานส่วนใหญ่ของเขาผูกอยู่กับวงและกับซีรีส์ การมีเพลงเดี่ยวที่เล่าเรื่องในแบบของตัวเอง จึงถูกมองว่าเป็นการเปิดพื้นที่ให้เขาได้แสดงตัวตนทางดนตรีชัดขึ้น
ในเวลาเดียวกัน เขายังมีคิวงานแสดงต่อเนื่องในปี 2569 และมีงานอีเวนต์ของค่ายที่รวมศิลปินในเครือเอาไว้ ทำให้ตารางงานแน่นทั้งฝั่งเพลงและฝั่งซีรีส์ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มตามเขา ช่วงนี้จึงเป็นจังหวะที่ดี เพราะมีทั้งผลงานใหม่ให้ฟังและมีคอนเทนต์เก่าย้อนหลังให้ไล่ดูอีกจำนวนมาก ทั้งคลิปจากรายการ Project Alpha คลิปเบื้องหลังกองถ่าย และคลิปเวทีคอนเสิร์ตของวง
ช่องทางติดตาม วิลเลี่ยม LYKN
- Instagram: @williamjkp คือบัญชีอินสตาแกรมที่ปรากฏเป็นบัญชีทางการของเขา และเป็นช่องทางที่อัปเดตภาพงานและชีวิตประจำวันบ่อยที่สุด
- X (ทวิตเตอร์): มีรายงานว่าใช้บัญชีชื่อ @Williamjkp1
- TikTok: มีรายงานว่าใช้บัญชีชื่อ @jkpwilliam
- ช่องทางของวง: ติดตามงานเพลงและตารางงานได้ผ่านช่องทางทางการของวง LYKN และของค่าย Riser Music ในเครือ GMMTV
คำเตือนเรื่องบัญชีปลอม: ศิลปินที่มีฐานแฟนคลับใหญ่มักมีบัญชีเลียนแบบจำนวนมาก โดยเฉพาะบัญชีที่อ้างว่าเปิดขายบัตรคอนเสิร์ตราคาถูก ขายสินค้าที่ระลึก หรือชวนโอนเงินเพื่อร่วมโปรเจกต์แฟนคลับ แนะนำให้ตรวจสอบเครื่องหมายยืนยันตัวตน จำนวนผู้ติดตาม และลิงก์ที่ประกาศจากช่องทางทางการของค่ายทุกครั้งก่อนทำธุรกรรมใด ๆ
คำถามที่พบบ่อย
▼ วิลเลี่ยม LYKN ชื่อจริงว่าอะไร?
ชื่อจริงของเขาคือ จักรภัทร แก้วพันธุ์พงษ์ ส่วน วิลเลี่ยม เป็นชื่อเล่นที่ใช้ในวงการ
▼ วิลเลี่ยม LYKN เกิดวันที่เท่าไหร่ อายุเท่าไหร่?
เขาเกิดวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์ เมื่อนับถึงปี 2569 จึงมีอายุ 21 ปี
▼ วง LYKN มีสมาชิกกี่คน ใครบ้าง?
LYKN มีสมาชิก 5 คน ได้แก่ วิลเลี่ยม, เลโก้, นัท, ฮง และ ตุ้ย โดยเดบิวต์ด้วยซิงเกิล เลิกกับเขาเดี๋ยวเหงาเป็นเพื่อน (MAY I?) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2566
▼ วิลเลี่ยม LYKN เรียนที่ไหน?
เขาเรียนระดับมัธยมที่จังหวัดสงขลา ก่อนเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในสาขาวิชาเอกขับร้องละครเวที
▼ วิลเลี่ยม LYKN มีเพลงเดี่ยวของตัวเองหรือยัง?
มีแล้ว โดยในปี 2569 เขาปล่อยซิงเกิลเดี่ยวชื่อ จำได้ว่าลืม (Flashback) ภายใต้สังกัด Riser Music นอกเหนือจากเพลงประกอบซีรีส์อย่าง ภาพสุดท้าย และ 5CM ที่เคยปล่อยมาก่อนหน้านี้
สรุป
เรื่องราวของ วิลเลี่ยม LYKN คือตัวอย่างที่ดีของศิลปินรุ่นใหม่ที่ไม่ได้โตมาจากกระแสอย่างเดียว แต่มีพื้นฐานดนตรีรองรับ เขาเริ่มจากเด็กร้องเพลงในโรงเรียนที่หาดใหญ่ ผ่านสนามแข่งขันที่กดดันอย่าง Project Alpha จนคว้าอันดับหนึ่ง แล้วเดินหน้าต่อในฐานะเมนโวคอลของบอยแบนด์ที่มีผลงานทั้งซิงเกิล อัลบั้มเต็ม และคอนเสิร์ตของตัวเอง
และเมื่อมาถึงปี 2569 การมีซิงเกิลเดี่ยวเป็นของตัวเองพร้อมกับคิวงานแสดงที่ต่อเนื่อง ก็ยิ่งตอกย้ำว่าเส้นทางของเขายังไปได้อีกไกล สำหรับใครที่กำลังมองหาศิลปิน T-POP ที่ฟังได้ทั้งเพลงเต้นและเพลงช้า และอยากตามศิลปินที่ยังอยู่ในช่วงกำลังเติบโต ชื่อของ วิลเลี่ยม จักรภัทร แก้วพันธุ์พงษ์ คือชื่อที่ไม่ควรมองข้ามในเวลานี้

